สาระน่ารู้ > On test ลำโพง Satellite
     
 

รวม On test ลำโพง Satellite สุดแซบ ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ
พร้อมคำแนะนำ แบบเจาะลึก เอาใจคนชอบลำโพงเล็กครับ

ลำโพง Satellite หรือ ลำโพง SAT+SUB คืออะไร

นิยามง่ายๆ ลำโพงประเภทนี้ คือลำโพงเล็กแบบกะทัดรัด ง่ายต่อการจัดวางและติดตั้ง ไม่เกะกะพื้นที่การจัดวาง ได้เรื่องความสวยงามในการติดตั้ง แต่อย่ากระนั้นเลยครับ ขึ้นชื่อว่าลำโพงเครื่องเสียง เพียงง่ายและสวยอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะว่า ที่สำคัญคือ คุณภาพเสียง ก็จะต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เช่นกัน โดยปกตินั้น ลำโพงประเภทนี้ จะประกอบไปด้วยดอกลำโพง Tweeter และ woofer เล็กๆ อีกนิดหน่อย ดังนั้น หากเราจะประสงค์จะใช้งานเจ้าลำโพง satellite โดยลำพังเยี่ยงลำโพงใหญ่ หรือลำโพง bookshelf ก็คงจะยากลำบาก ด้วยข้อจำกัดในเรื่องของมวลเสียงต่ำ ที่จะไม่เพียงพอ

ด้วยเหตุผลนี้เอง ลำโพงประเภท Satellite จึงจำเป็นจะต้องใช้งานร่วมกับ subwoofer เพื่อแบ่งเบาภาระความถี่ต่ำ จากลำโพง และด้วยสาเหตุนี้ ทำให้การพิจารณาเลือกหาลำโพง SAT+SUB นั้นจึงต้องให้ความสำคัญทั้งสองส่วนเท่าๆกัน ทั้งในเรื่องของลำโพง และเรื่องของซับวูฟเฟอร์ ถึงขนาดที่ว่า หลายสำนักให้คำแนะนำตรงกันว่า ลำโพง satellite ดีๆอย่างเดียวนั้นยังไม่พอ หากแต่จะต้องได้ subwoofer เทพๆ เข้าไปใช้ด้วยกัน ชุดลำโพง satellite นี้จึงจะสมบูรณ์แบบ
ดังนั้นลำโพงในลักษณะนี้ จึงเหมาะสมในการติดตั้งสำหรับพื้นที่ที่ไม่ใหญ่จนเกินไป (ขึ้นอยู่กับขนาดลำโพง) ห้องนอน , ห้องนั่งเล่น หรือแม้แต่ห้องรับแขก ซึ่งรับรองได้เลยว่า การติดตั้งจะออกมาสวยงาม ถูกใจ ผบทบ. (ผู้บัญชาการที่บ้าน) อย่างแน่นอน

เมื่อทราบที่มาที่ไปและเหตุผลคร่าวๆกันไปแล้ว ต่อจากนี้ไป เราก็จะได้มาลองดูกันครับว่า มีรุ่นไหน ยี่ห้อไหน ที่โดดเด่นอยู่ในตลาด และพร้อมที่จะเป็นตัวเลือกให้กับทุกท่านได้เลือกสรรกัน


Klipsch : Quintet V

Klipsch : Quintet V :เจ้าตำรับลำโพงดูหนังขนานแท้ครับ สำหรับ Klipsch ด้วยชื่อเสียงอันโด่งดังประกอบกับยอดขายอันดับ 1 (และ 2 ในบางปี) ในหมวดหมู่ของลำโพงในประเทศ สหรัฐอเมริกา ทำให้ลำโพง Klipsch ยังคงน่าสนใจเสมอในตลาดบ้านเรา โดย Quintet V นั้นถือได้ว่าเป็นลำโพง Satellite ในระดับราคาเริ่มต้นที่ถือได้ว่า ไม่แพงเลย (ราคาเพียง 12,900 บาทเท่านั้น) โดยรุ่นนี้ถือได้ว่าเป็น generation ที่ 5 แล้วสำหรับ Quintet Series โดยได้มีการปรับปรุงพัฒนาในส่วนของดอกวูฟเฟอร์ให้รองรับความถี่ต่ำได้มากยิ่งขึ้น โดยคุณสมบัติของลำโพงนั้น สามารถตอบสนองความถี่ได้ตั้งแต่ 110 Hz ? 23 KHz โดยที่ Quintet V นั้นมาเฉพาะลำโพง 5 ตัว (สีดำ) ไม่รวมซับวูฟเฟอร์ โดยตัวลำโพงนั้นมีรูสำหรับเจาะยึดขากับผนังได้ทันที (อาจจะใช้ขาจับ Bose UB-20 ร่วมด้วยได้ครับ) ทำให้การติดตั้งนั้นไม่ได้ยากเย็นอะไร แต่ถึงกระนั้น เราก็จำเป็นจะต้องหาซับวูฟเฟอร์ดีมาใช้งานร่วมกับชุดลำโพงอีกสัก 1 ตู้ครับ

โดนเสียงของ Klipsch Quintet V นั้นสามารถแสดงสไตล์เสียงของลำโพง Klipsch ออกมาได้อย่างไม่ตกหล่น กล่าวคือ ดูหนังสนุก สด เร้าใจ และ ดุดัน คอนเสิร์ตให้บรรยากาศโอบล้อมได้ดี ท่านใดที่ชื่นชอบดุลเสียงที่สมจริง น่าจะถูกใจเจ้าชุดนี้เป็นอย่างมาก หากแต่ถ้าท่านใดไม่ได้เน้นแบบดุดันสุดโต่ง การเลือกสรร AV receiver ที่จะมาใช้ด้วยก็สามารถปรับจูนโทนเสียงให้ตรงกับความต้องการของเราได้เป็นอย่างดี

ข้อแสนอแนะเพิ่มเติม หากสนใจ Klipsch Quintet V

  1. Subwoofer แนะนำว่าถ้าจะเน้นเข้าชุดลุยๆ หน่อย แนะนำเป็น Klipsch SW-450 แต่ถ้าหากว่า อยากได้เบสที่สะอาดสะอ้าน ได้น้ำได้เนื้อแล้วล่ะก็ ขอเสนออีก 2 ตัวเลือกครับ คือ Boston Acoustics ASW-250 หรือไม่ก็ Paradigm PDR-100 V4
  2. AV Receiver ถ้าเน้นแบบสุดโต่ง ดุดัน ก็ต้อง เทใจไปให้ Harman Kardon ในรุ่นเริ่มต้น และรุ่นระดับกลาง คราวนี้ล่ะครับ ลำโพงเล็กก็ลำโพงเล็กเถอะครับ ได้มีสั่นสะเทือนกันน่าดูล่ะคราวนี้ แต่ว่าถ้าหากว่าเราไม่ใช่สไตล์ดุดันขนาดนั้น อีกสองทางเลือกที่สามารถเล่นได้คือ Yamaha และ Onkyo ในรุ่นเริ่มต้น ถ้าเป็น Yamaha จะได้เรื่องบรรยากาศและการโอบล้อมที่ดีขึ้นกว่า Harman Kardon ดูหนังและคอนเสิร์ตเสียงออกมามีมิติแบบเต็ม ส่วนถ้าเป็น Onkyo นั้นก็จะช่วยลดความจัดจ้านของลำโพงลงไปในระดับหนึ่ง แถมด้วยเนื้อหนังที่มีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ก็ทำให้ได้อรรถรสในการรับฟังไปอีกแบบหนึ่ง
  3. มาถึงขนาดนี้แล้ว อย่าหั่นงบสายลำโพงในระบบซะจนแทบไม่เหลือ ด้วยความที่เห็นว่า เป็นลำโพงเล็กจึงไม่น่าจะมีผล หากเป็นเช่นนั้นแล้วถือว่า ที่เลือกมา ก็สูญเปล่าไปหลายอย่าง ในทางกลับกันการได้สายลำโพงดีๆ ช่วยให้คุณภาพการรับฟังนั้นดีขึ้นมากมายทีเดียว โดยสายลำโพงที่จะแนะนำให้ใช้กับชุดนี้ คู่หน้าและเซ็นเตอร์แนะนำเป็น In-Akustik รุ่น Premium 2×2.5 ส่วนสายลำโพง surround แนะนำเป็น In-Akustik รุ่น Bingo Silver ครับ
  4. ควรระมัดระวังเรื่องของขนาดห้องครับ จากประสบการณ์ ไม่ควรใช้ในห้องขนาดเกิน 4×5 เมตร

Boston Acoustics : Soundware 5.1

Soundware XS 5.1 Series : เป็นลำโพงโฮมเธียเตอร์ระบบ 5.1 แชนแนล (ประกอบไปด้วยลำโพง 5 ตัว และซับวูฟเฟอร์ที่ให้มาในชุดอีก 1 ตัว) ด้วยดีไซน์ที่ล้ำนำสมัย โดยคุณจะสามารถเพลิดเพลินไปกับเสียงหลากหลายรอบทิศทาง พร้อมๆกับการติดตั้งที่สวยงาม โดย Soundware XS 5.1 นั้นมีคุณสมบัติคร่าวๆ ดังต่อไปนี้

  • เล็กกระทัดรัดด้วยลำโพง satellites ของ SoundWare XS 5.1
  • กำลังขับ Subwoofer ที่ 100 watts (RMS) ด้วยดอกลำโพงที่ใหญ่ถึง 8 นิ้ว
  • BassTrac – circuitry for deep, powerful bass without distortion เป็นเทคโนโลยี่เฉพาะของทาง Boston Acoustics
  • ลำโพงเสียงแหลม ขนาด 1/2″ แบบ tweeter dome และลำโพงเสียงกลางขนาด 2.5″
  • ลำโพง Satellite ทั้งหมด ทั้ง คู่หน้า-เซ็นเตอร์-คู่หลัง สามารถยึดผนัง และเข้ามุม และปรับองศา การฟัง และปรับแต่งเสียงได้อย่างง่ายดาย
  • ภายในชุดแถมขาสำหรับติดตั้งยึดติดผนังมาให้ด้วย ไม่ต้องหาซื้อเพิ่ม
  • มีระบบป้องกันสนามแม่เหล็กที่ตัวลำโพง เพื่อไม่ให้ไปรับกวนจอภาพ และทำให้จอเสื่อมสภาพก่อนวัยอันสมควร (MagnaGuard magnetic shielding)

แต่สิ่งสำคัญนอกเหนือจากสเปกที่เราต้องทราบก็คือ ลำโพงชุดนี้ ต้องการ AV Receiver ที่มีกำลังขับมากสักหน่อย (เทียบง่ายๆ ว่า ต้องเป็นรุ่น ที่ใหญ่กว่ารุ่นเล็กสุดของแต่ละยี่ห้อเป็นอย่างน้อย)

Polk Audio : TL-1600

Polk Audio : TL-1600 : ชุดนี้ถือได้ว่าเป็น ชุดลำโพง satellite อีกชุดหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากพอสมควร ด้วยราคาค่างวด ในระดับต่ำกว่าสองหมื่นที่มีมาให้แบบครบถ้วน มีทั้งลำโพง มีทั้ง ซับวูฟเฟอร์มาให้เสร็จสรรพ

ขึ้นชื่อว่า Speaker ?s Specialist (ฉายาของ Polk Audio) ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นลำโพงเล็กหรือลำโพงใหญ่ ก็จะต้องพิถีพิถันทุกขั้นตอนการออกแบบและการผลิตอย่างแน่นอนครับ ลำโพง ของ TL-1600 ก็เช่นเดียวกันครับ เห็นตู้เล็กๆแบบนี้ แต่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยี มากมาย อาทิ เช่น Time Alignment ระหว่าง Tweeter และ Woofer เพื่อให้เวทีเสียงที่แม่นยำ finishing ด้วยผิว High gloss black เพิ่มความขลัง และ ความสวยงามขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ตัวซับวูฟเฟอร์นั้นเป็นขนาดกะทัดรัด ด้วยขนาด woofer 8? ให้ความถี่ต่ำที่ทรงพลัง ขั้วต่อด้านหลังลำโพงออกมาเพื่อรองรับการเชื่อมต่อกับ Banana Plug นอกจากนี้ในกล่องยังมีอุปกรณ์สำหรับเจาะยึดผนัง ทำให้การติดตั้งนั้นเป็นเรื่องง่ายๆไปในทันที

Polk AudioTL-1600 นั้นเป็นอีกชุดลำโพงที่โดดเด่นในเรื่องของเสียงกลาง รวมถึงกลางย่านต่ำ ที่ห้ความอุดมสมบูรณ์ของเสียงได้อย่างน่าเหลือเชื่อ และด้วย tweeter แบบ silk dome ทำให้ ปลายเสียงของ TL-1600 นั้นไม่ได้จัดจ้าน ทะลุทะลวง หากแต่เป็นปลายหางเสียงที่สุภาพ ไม่โฉ่งฉ่าง สไตล์นี้ผมเชื่อว่า มีหลายท่านตามหาอยู่อย่างแน่นอนครับ

ข้อแสนอแนะเพิ่มเติม หากสนใจ Polk Audio TL-1600

  1. เรื่องแอมป์นั้น ถ้าใช้ชุดนี้แล้วหายห่วงเลยครับ แอมป์เล็ก แอมป์ใหญ่ไม่มีเกี่ยงงอนครับ เพราะว่าชุดลำโพงก็ไม่ได้ขับยากสักเท่าไหร่ ถ้าเน้นๆ ผมว่า Onkyo จับคู่ออกมาแล้วดูสมส่วนครับ เนื้องเสียงจะเนียนมาก ฟังสบาย ได้ทั้งดูหนังและฟังเพลง ส่วนอีกแบรนด์ที่ผมแนะนำก็คือ Yamaha ครับ ด้วยความสะอาดของ Yamaha จะผสานความลงตัวกับลำโพง TL-1600 ได้เป็นอย่างดี
  2. ขนาดห้อง ไม่ควรเกิน 4×4 ตารางเมตรนะครับ ที่แนะนำอย่างนี้เพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุดครับ หากเกินไปกว่านี้ ต่อให้ใช้แอมป์ใหญ่ขนาดไหน ก็ไม่ไหวอยู่ดี
  3. สายลำโพง แนะนำว่า ถ้าไหนๆ ก็มาแนวนี้แล้ว แนะนำให้ลงทุนกับ JPS Superblue สำหรับลำโพงคู่หน้ากับเซ็นเตอร์ไปเลยครับ ส่วนคู่หลัง In Akustik Star 2×2.5 ก็สามารถเติมเต็มความต้องการได้ไม่ยากครับ
  4. สายสัญญาณซับวูฟเฟอร์ ลงทุนกับ In Akustik Premium Sub ไปเลยครับ จะช่วยให้เสียงเบสมีสปีดต้นที่ดีขึ้นกว่าเดิมลงตัวกับชุดลำโพงได้อย่างไม่ ยากเย็น

Bose : AM-6 , AM-10 และ AM-15

Bose : AM-6 , AM-10 และ AM-15 : ขออนุญาตแนะนำโดยรวมกันไปเลยนะครับ สำหรับ สามรุ่นนี้ที่ทาง Bose ส่งเข้าประกวด ผมว่าทุกท่านทราบกันดีอยู่แล้วล่ะครับว่า ชื่อเสียงของ Bose ในการทำลำโพงเล็กระดับพระกาฬนั้นมีกิตติศัพท์มาอย่างยาวนาน โดยหลายๆครั้งทั้งในและต่างประเทศ ที่คุณจะได้สัมผัสกับการสาธิตคุณภาพเสียงของ Acousticmass (AM) ที่อาจจะทำให้คุณตกตะลึงว่า เสียงจากชุดลำโพง Satellite นั้นทำไมมันถึงได้ใหญ่โต สมจริงขนาดนี้

ความโดดเด่นของ AM Series นั้นอยู่ที่คุณภาพของ ซับวูฟเฟอร์ที่มีการดีไซน์ภายในตัวตู้ด้วยหลักการของ Waveguide หรือท่อนำคลื่น ที่คดเคี้ยวไปมาดั่งเขาวงกต และนี่เองที่เป็นที่มาของเสียงเบสที่ใหญ่เกินตัวจนน่าอัศจรรย์ โดยข้อแตกต่างง่ายๆของทั้งสามรุ่นคือ AM-6 นั้นเป็นลำโพง แบบเต๋าเดี่ยวครับ คือ มีลูกเดียว (ชั้นเดียว) และลำโพงทุกตัวเหมือนกัน ส่วน AM-10 และ AM-15 นั้นจะเป็นแบบเต๋าคู่ และเซ็นเตอร์จะเป็นดีไซน์ใหม่แนวนอน ส่วน AM-10 กับ AM-15 นั้นจะแตกต่างกันในเรื่องของซับวูฟเฟอร์ที่ตัว AM-15 นั้นจะมีความลึกมากกว่า นอกจากนี้ AM-15 ยังสามารถซื้อ ลำโพงเพื่อต่อเพิ่มในการใช้งานแบบ 7.1 ได้อีกด้วย

ดังนั้น ใครเหมาะกับรุ่นไหน ก็เลือกใช้ได้ตามอัธยาศัยเลยครับ เพียงแต่ว่า ขอย้ำไว้ตรงนี้เลยนะครับว่า ทั้งสามรุ่นนั้นล้วนแล้วแต่ต้องการ AV Receiver ที่มีกำลังขับมากพอสมควรนะครับ (เรียกได้ว่า ลำโพง กินวัตต์ ก็ว่าได้) ดังนั้นหากคดจะลงทุนกับ AM Series แล้ว แต่ไม่คิดจะลงทุนเรื่องแอมป์ ผมแนะนำว่า มองหาลำโพงชุดอื่นๆ ในระดับราคาใกล้เคียงกันดีกว่าครับ เพราะถ้าหากคุณใช้แอมป์ตัวเล็กมาใช้ร่วมกับชุดลำโพงนี้ คุณอาจจะบอกว่า Bose ไม่เห็นเสียงอย่างที่ใครๆ พูดถึงกันเลย แต่ถ้าหากว่า ในชุดเดียวกัน คุณลองเปลี่ยนแอมป์ขยับเป็นรุ่นใหญ่ดี คุณก็จะรู้ได้ทันทีว่า คุณภาพเสียงของ Bose ที่ดีจริงๆนั้นเป็นอย่างไร


ข้อแสนอแนะเพิ่มเติม หากสนใจ Bose AM Series

  1. AV Receiver แนะนำเป็น YAMAHA จะดีที่สุดครับ เพราะว่าลองมาหลายยี่ห้อแล้ว Yamaha ดูจะลงเอยเป็นคู่แท้ กับ Bose มากที่สุดครับ ใช้ร่วมกัน บรรยากาศมาแบบเต็มๆ ทำให้คุณไม่รู้สึกว่ากำลังฟังลำโพงเล็กกอยู่อีกต่อไป แนะนำเพิ่มอีกแบบเน้นๆ เลยครับว่า ถ้าจะให้ดีที่สุด ผมแนะนำว่า ควรใช้ Yamaha Aventage Series เลยจะให้คุณภาพเสียงที่เต็มอัตราศึกที่สุดครับ
  2. สายลำโพง มีมาให้ทุกแชนแนลในกล่องแล้วนะครับ ถ้าหากว่าไม่เพียงพอสำหรับลำโพงคู่หลัง สามารถเดินสายลำโพงเพิ่มเติมและตัดหัวจากสายเดิมมาจั๊มเข้ากับสายลำโพงใหม่ ได้ (คู่หน้าก็สามารถทำได้เช่นกัน หากต้องการจะเปลี่ยน) โดยสายลำโพงทุกเส้น จะต้องเดินมาจากหลังลำโพงแล้วเข้าไป connect ที่หลังซับวูฟเฟอร์ก่อนและหลังจากนั้น จึงใช้สายแพร์ ต่อจากหลังซับวูฟเฟอร์ไปเข้าที่หลัง AV Receiver อีกครั้งหนึ่งครับ เสมือนว่า ซับวูฟเฟอร์นั้นเป็นตัวคัดกรองความถี่ ที่จะให้ลำโพงทำงานได้ดีที่สุด
  3. หากต้องการเดินสายไว้ล่วงหน้า ในกรณีที่จะทำห้องใหม่ ควรระวังเรื่องของสายลำโพงและสายแพร์ในข้อที่ 2 ให้ดีครับ เพราะว่า การต่อนั้นไม่เหมือนลำโพงอื่นๆ อาจจะทำให้เราพลาดได้ (และการแก้ไขจะทำได้ลำบาก)
  4. เป็นไปได้ ซับวูฟเฟอร์ให้ตั้งกับพื้นนะครับ ไม่แนะนำให้นอน หรือจับยัดเข้าไปในตู้นะครับ คุณภาพเสียงจะถูกลดทอนคุณภาพลงไปพอสมควร (ต้องบอกแบบนี้ เพราะว่า Interior กลัวว่าวางพื้นแล้วจะไม่สวยครับ)
  5. ขายึดต้องซื้อเพิ่มนะครับ ไม่มีมาให้ในชุด โดยที่ขาจับยึดนั้นมีให้เลือกการใช้งานสองแบบคือ ขาจับผนัง และ ขาจับฝ้าครับ ใช้ชื่อรุ่นว่า UB-20 มีทั้งสีดำและสีขาวให้เลือกใช้ตามสีชุดลำโพงทีท่านเลือก
  6. ส่วนมากหลายท่านติดลำโพง Bose ในห้องหลัก และต้องการใช้งาน Zone 2 ในห้องแต่งตัวหรือแม้แต่ในห้องน้ำ ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆ โดยถ้าจะใช้ในห้องแต่งตัวสามารถใช้รุ่น 191 ซึ่งเป็นลำโพงฝังผ้าได้เลยครับ ส่วนถ้าจะเพิ่มเติมในห้องน้ำแนะนำเป็นรุ่น 131 ซึ่งเป็นลำโพงฝังฝ้าแบบกันน้ำ


Martinlogan Motion 262

Martinlogan Motion 262 : ชุดนี้ถือว่าเป็นอีกชุดหนึ่งซึ่งผมบอกได้คำเดียวว่า ?เหลือเชื่อ? ที่ลำโพงเล็กชุดหนึ่งกับซับวูฟเฟอร์ จะให้เสียงได้ขนาดนี้ โดยที่ Martinlogan นั้นได้นำเสนอลำโพง series ใหม่ล่าสุดในชื่อ Motion Series โดยก่อนหน้าที่ผมจะได้ทดลองฟังลำโพง satellite นั้นผมได้ทดสอบ ทดลองฟัง ชุดลำโพงตั้งพื้น และ ลำโพงวางหิ้ง มาก่อน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าน่าประทับใจมาก ทั้งการดูหนังและฟังเพลง

ชุดลำโพง Motion 262 นั้นเป็นการผสมผสานลำโพง 5 แชนแนลจากลำโพง 2 รุ่นได้แก่ Motion-2 ทั้งหมด 2 คู่ จับคู่กับ Center รุ่น Motion-6 ตัวลำโพงออกแบบด้วย tweeter แบบ Folded motion ที่ใช้การสั่นของอากาศผ่านแผง diaphragmแบบ Accordian ผสานกับ Woofer แบบ Poly Cone low mass และการออกแบบตัวนี้ แบบ โค้งมน เพื่อลด resonance ระหว่างผนังแต่ละด้าน ทำให้ เกิดความลงตัวในทุกย่านเสียง นอกจากนี้ ชุดลำโพงนี้ ยังติดตั้งง่าย และให้ความสวยงามในการติดตั้งแบบไม่เป็นสองรองใคร จุดเด่นของลำโพงชุดนี้อยู่ที่ความต่อเนื่องของเวทีเสียงในการช้งานแบบ Multichannel ด้วยเหตุผลจากการออกแบบ tweeter ที่ทำให้แต่ละแชนแนลนั้นให้เสียงที่กว้าง ทำให้การผสานเสียงระหว่างแชนแนลนั้นทำได้ดีไม่มีที่ติ สิ่งที่ตามมาก็คือ คุณจะสัมผัสได้ถึงความสมจริงของสนามเสียงแม้จะเป็นลำโพงเล็กก็ตามแต่

นอกจากนี้ คุณภาพการฟังเพลง ยังถือว่าไม่ธรรมดาเมื่อเทียบกับลำโพง satellite อื่นๆ หากแต่ว่า ถึงยังไงก็ตามแต่ ก็ยังคงต้องมีซับวูฟเฟอร์มาใช้งานร่วมในระบบ ถึงจะฟังเพลงได้อย่างถึงอรรถรส (Motion 2 นั้นถือว่าเป็นลำโพง satellite ที่ค่อนข้างตัวใหญ่เมื่อเทียบกับลำโพง satellite อื่นๆ) โดยซับวูฟเฟอร์ที่จะนำมาเข้าชุดนั้น ผมแนะนำเป็น 2 รุ่นดังนี้ครับ หากห้องเล็ก แนะนำให้ใช้งานร่วมกับ Martinlogan Dynamo-700 แต่ทว่า ถ้าห้องใหญ่สักหน่อย แนะนำเป็น Martinlogan Dynamo-100
เมื่อผสมผสานเข้าชุดกันได้แล้ว บอกได้คำเดียวว่า นี่คือคู่ต่อกรกับ Bose AM-10 และ AM-15 ที่น่าสนใจมากๆครับ ใจจริงอยากให้ทุกๆท่านหาโอกาสมาลองฟังกันครับ เพราะนานๆที จะได้เจอลำโพง satellite เทพๆสักทีหนึ่งครับ ขอทำนายล่วงหน้าไว้เลยครับว่า ชุดนี้ จะดังเป็นพลุแตกในอีกไม่ช้านี้ครับ

ข้อแสนอแนะเพิ่มเติม หากสนใจ Martinlogan Motion 262

  1. สายลำโพง อย่ากั๊กเป็นอันขาดนะครับ เพราะว่า อย่างที่บอก เนื้อแท้ของลำโพงชุดนี้คุณภาพสูงมาก ดังนั้น ยิ่งคุณใช้สายลำโพงดีเท่าไหร่ คุณก็จะได้คุณภาพกัลบมาแบบเต็มๆเท่านั้น ถ้าจะให้แนะนำ ผมแนะนำเป็น In Akustik LS-1002 ทั้งระบบเลยครับ ถ้าได้อย่างนี้ รับรองว่า เสียงชุดลำโพง satellite คุณไม่เป็นสองรองใครแน่นอน
  2. ซับวูฟเฟอร์ จะเลือกยี่ห้ออื่นๆ ก็ได้นะครับ ไม่ได้ปิดกั้น หากแต่ถ้าใช้ Martinlogan ด้วยกันแล้วเสียงมันสุดดีครับ ดูหนังสนุกสุดๆไปเลยครับ
  3. Receiver ขอรุ่นใหญ่ๆ ไว้ก่อนนะครับ เอาใหญ่ที่สุดเท่าที่จะไหวครับ ยิ่งใหญ่ยิ่งได้อรรถรส ใจจริงอยากแนะนำ Onkyo Series 8 ขึ้นไปครับ ลงตัวทุกท่วงท่า … (สโลแกน คุ้นๆ อิอิ)
  4. ชุดติดตั้งมีมาให้ในชุดครับ ติดตั้งง่าย ไร้กังวลครับ สามารถติดขนาดข้างทีวีได้เลยสำหรับลำโพงคู่หน้า รับรองว่าติดออกมาเนี๊ยบแน่นอนครับ
  5. สายสัญญาณ Subwoofer แนะนำ Audioquest : Boxer เลยนะครับ จะได้สมน้ำสมเนื้อ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มรายละเอียดของเสียงเบสได้เป็นอย่างดี พื้นเสียงจะเงียบและสะอาดมากๆ


KEF – E-305 : KEF

เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ถือว่าได้ ออกมาเขย่าวงการลำโพงเล็กเลยก็ว่าได้ โดยรุ่น E-305 นั้นเป็นรุ่นที่ออกมาต่อยอดความสำเร็จจาก KHT Series เดิม ซึ่งหลายๆท่านจะคุ้นชื่อเรียกแบบบ้านๆว่า KEF Egg หรือ KEF ใข่ ด้วยรูปทรงการออกแบบลำโพงทั้ง 5 ตัวที่มีหน้าตาคล้ายกับไข่ไก่ ประกอบกับรูปแบบการดีไซน์ที่ทันสมัย แนว Sci-fi เกินจินตนาการ ซึ่งในจุดนี้เองทำให้ KEF กวาดรางวัลดีไซน์สร้างสรรค์มาแล้วจากหลายสำหนักทั่วโลก โดยที่ KEF E-305 นั้นมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของซับวูฟเฟอร์ใหม่ ให้มีลักษณะคล้ายโดม เพื่อจุดมุ่งหมายในเรื่องของการเก็บตัวของเสียงต่ำ ที่ต้องการให้มีขอบเขตและย่นระยะเวลาลงจากเดิม เพื่อผลในเรื่องของเสียงต่ำในย่านของ upperbass กับช่วงเสียงต่ำ ผสานกันได้อย่างลงตัว ส่วนลำโพง Satellite นั้นยังคง concept การออกแบบในเรื่องของ Uni Q Technology ซึ่งจะให้ความเที่ยงตรงของเสียง และดุลเสียงที่เป็นธรรมชาติ ไม่มีการเหลื่อมล้ำของเสียง นอกจากนี้ ลำโพง satellite รุ่น E-301 นี้ ยังคงเป็นอีกรุ่นที่ได้รับการยอมรับว่า การฟังเพลงแบบ 2.1 นั้นถือได้ว่าไม่เป็นสองรองใคร โดยที่ ลำโพงชุดนี้ เสียงดีทั้งการติดตั้งแบบแขวนหรือแม้แต่การวางบนขาตั้ง ขึ้นอยู่กับความชอบและความสะดวกในการใช้งาน ท่านใดที่ติดใจในความสำเร็จของ KEF Egg เดิม E-305 คือรุ่นที่ออกมาต่อยอดความสำเร็จดังกล่าวอย่างไม่ต้องสงสัย

ข้อแสนอแนะเพิ่มเติม หากสนใจ KEF E-305

  1. ขาตั้ง สามารถซื้อเพิ่มเติมได้ในกรณีที่ไม่ต้องการแขวนผนัง เมื่อวางขาตั้งทั้งหน้าและหลังแล้วก็สวยไม่หยอก
  2. เนื่องจากหน้าตา ที่จะออกโมเดิร์นสักหน่อย ดังนั้นจึงอาจจะไม่เหมาะกับบ้านไม้ หรือห้องโทน Vintage แต่จะไปได้ดีกับห้องสมัยใหม่ หรือแม้แต่โซนรับแขกในคอนโดที่ออกแบบ แบบ ชิคๆ ถือว่าเข้ากันได้ดีถึงดีที่สุด
  3. ชุดนี้ ส่วนมากแม่บ้านจะชอบครับ ด้วยความสวยงามของหน้าตา ประกอบกับความชอบในเรื่องของคุณภาพเสียงจากทางคุณพ่อบ้าน ทำให้ชุดนี้ ผ่านการอนุมัติรงบประมาณได้ไม่ยาก
  4. ตำแหน่งซับวูฟเฟอร์ ถือว่าค่อนข้างสำคัญ ทางที่ดีแนะนำว่า ตอนจูนเสียงให้หาตำแหน่งซับที่ดีที่สุดจากการฟังแบบ 2.1 แชนแนลก่อนครับ แล้วค่อยเซ็ตอัพแบบ Hometheater อีกครั้งหนึ่ง
  5. สายซับวูฟเฟอร์ แนะนำรุ่นที่ขนาดสายไม่ใหญ่มาก เนื่องจากการติดตั้งจะต้อง สอดสายไปข้างใต้ครับ การใช้งานจะได้ง่าย ไม่ติดขัด
  6. เซ็ตดีๆ ลงตัวๆ ฟังเพลง 2.1 แชนแนลได้สบายๆ (ถือว่าดีมาก ด้วยซ้ำครับ)
  7. Marantz และ Yamaha รวมถึง Onkyo ถือว่าน่าสนมากๆ ที่จะนำมาเข้าคู่ด้วยกันครับ

Focal : Dome 5.1

Focal – Dome 5.1 : ผู้ท้าชิงรายสุดท้ายที่หมัดหนักมาก !!!

ที่เกริ่นขึ้นมาอย่างนี้ ก็เพราะว่า ระดับ Brand อย่าง Focal นั้นถ้าหากคิดจะทำลำโพง Satellite ฏ้ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน โดย Focal Dome 5.1 นั้น ตั้งชื่อตามลักษณะหน้าตาของ ซับวูฟเฟอร์ ที่เหมือน Dome มาพร้อมกับลำโพงตัวจิ๋วแต่แจ๋วอีก 5 ตัว ซึ่งดีไซน์ได้รับอานิสงส์มาจาก เทคโนโลยีรุ่นใหญ่ของ Focal แบบเต็มๆ อาทิ tweeter แบบ inverted dome ขนาด 1 นิ้ว เพื่อให้ความถี่สูง ไปได้ไกล โดยไร้ซึ่งความผิดเพี้ยน Woofer Polyglass ขนาด 4 นิ้ว ในตัวตู้แบบ Aluminium finished ซับวูฟเฟออร์เป็นแบบ Active ขนาด 8 นิ้ว ตอบสนองความถี่ตั้งแต่ 42Hz ? 200 Hz ตัวตู้ของลำโพงและซับวูฟเฟอร์เป็นสีแบบ High gloss มีให้เลือกทั้งสีดำ , สีขาว และสีแดง

ในวงการ ลำโพงระดับโลกนั้น ชื่อเสียงของ Focal ถือได้ว่าไม่เป็นสองรองใคร เนื่องจากว่า Focal นั้นเป็นหนึ่งในไม่กี่เจ้าที่สามารถผลิตทุกชิ้นส่วนในการทำลำโพงได้ภายในโรง งานของตัวเองทั้งหมด และเรื่องของเอกลักษณ์ในเรื่องของเสียงนั้น ก็มีความเป็นตัวตนชัดเจนไม่เป็นสองรองใคร รายละเอียดเสียงแบบ ถึงพริกถึงขิง , dynamic contrast ที่ดีมากๆ รวมถึงเสียงสูงที่มีมวลไม่ผอมบางซึ่งเปรียบเสมือนเครื่องหมายการค้าของ Focal มาโดยตลอด สิ่งเหล่านี้ ก็ได้ถูกถ่ายทอดออกมาสู่ Focal Dome อย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นจุดได้เปรียบของ ท่านที่สนใจ Focal Dome 5.1 ประการหนึ่งก็คือ คุณกำลังจะได้ครอบครองลำโพงระดับโลก ในราคาเพียง แปดหมื่นกว่าบาทเท่านั้น !!!
ข้อแสนอแนะเพิ่มเติม หากสนใจ Focal : Dome 5.1

  1. เลือกสีให้เหมาะสมกับรูปแบบบ้านๆนะครับ ท่านใดชอบสดๆ แรงๆ สีแดง Imperial red เป็นทางเลือกที่ดีมาก ส่วนท่านใดที่ชอบสีพื้นๆ สี Black Or White ก็ถือว่าน่าสนใจไม่แพ้กัน
  2. ต่อสายให้ถูกในเบื้องต้น ยังไม่ต้องเซ็ตอัพ คุณก็จะได้ฟัง เสียงที่มีแววดีถึงดีมาก ได้อย่างไม่ต้องสงสัย
  3. แอมป์ แนะนำว่า ยังไงก็ต้องรุ่นใหญ่ครับ รุ่นเล็ก รุ่นกลาง ตัดไปได้เลย หากจะเล่นลำโพงชุดนี้
  4. อุปกรณ์ติดตั้ง มีมาให้ในกล่องครับ ติดตั้งง่าย ไม่ซับซ้อน
  5. ลำโพงชุดนี้ สวยจริงๆ ครับ เวลาได้สัมผัส จะเหมือนกับเวลาที่เรามอง ลำโพง Focal ใน Series Utopia อย่างไงอย่างนั้นเลยล่ะครับ

หวังว่า คำแนะนำจากประสบการณ์ตรงในการฟังและการที่ได้ไปสัมผัสหน้างาน ในการติดตั้ง ชุดลำโพง Satellite ทุกรุ่นที่ผมเขียนแนะนำมานี้ น่าจะเป็นประโยชน์และเป็นแนวทางการตัดสินใจเลือกซื้อลำโพง Satellite ให้เหมาะสมกับ lifestyle และ พื้นที่การจัดวาง ของทุกๆท่านได้บ้าง ไม่มากก็น้อยนะครับ อย่าคิดว่า ลำโพง satellite มันเป็นลำโพงเล็กๆ ยังไงก็ไม่น่าจะต่างกันระหว่างของถุกและของแพง ผมให้ข้อคิดกลับกันอย่างนี้ครับว่า ถ้าเราเลือกได้อย่างลงตัว และใจถึงในเรื่องของสายสัญญาณ , สายลำโพง และการติดตั้ง ผมคิดว่า นิยามของลำโพงเล็กเสียงดี จะไม่ใช่ความฝันอีกต่อไปครับ หากแต่จะกลายเป็นความสุขที่แท้จริงที่คุณสามารถสัมผสได้ด้วยตัวเองอย่างแน่ นอนครับ

ปิยะนัส อิเล็คทริคส์ บริการด้วยความจริงใจ ให้คุณได้มากกว่าการเล่นเครื่องเสียง   Storied By …….. Piyanas
 
     

Facebook

Twitter

Instagram

Follow Me on Instagram