|
AUDIOQUEST : River Series |
เมื่อประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางปิยะนัสได้รับเกียรติจาก Mr.Steve Shade ตัวแทนของAudioquest มาบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานการออกแบบและแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ ทำให้ทางทีมงานของเรามีข้อมูลความรู้ที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟัง สำหรับบริษัท Audioquest ก่อตั้งในปี 1980 ผู้ก่อตั้งคือ Bill Low ผู้มีใจรักและคลั่งไคล้ในด้านเครื่องเสียงเป็นชีวิตจิตใจ ได้เล็งเห็นว่าสายสัญญาณนั้นมีผลต่อคุณภาพเสียงยิ่งสายคุณภาพดีเท่าไรก็ยิ่งแสดงถึงคุณภาพเสียงที่ดีขึ้นไปเท่านั้น ในสมัยนั้นคนยังไม่มีความเข้าใจในเรื่องของสายสัญญาณมากเหมือนปัจจุบัน เรื่องสายจึงถือว่าเป็นเรื่องใหม่ สิ่งที่เป็นเรื่องบังเอิญก็คือว่าในปีนั้นเป็นปีเดียวกับที่ สาย Monster Cable ถือกำเนิดขึ้นและทั้งสองแบรนด์ก็ยังคงยืนหยัดจนถึงปัจจุบัน แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ Monster Cable เน้นทำตลาดกลุ่มใหญ่ในขณะที่ Audioquest มุ่งเน้นหนักไปในกลุ่มกลางขึ้นสูงจนถึงระดับ Hi-End คุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์
ถ้าสังเกตดีๆ เราจะเห็นสัญลักษณ์ รูป 4 เหลี่ยม 4 รูป บริเวณด้านหน้าของโลโก้ สัญลักษณ์ทั้ง 4 มีความหมายอันบ่งบอกถึงคุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์ของ Audioquest
ฉนวนสิ่งที่ไม่เป็นตัวนำไฟฟ้าและใช้ห่อหุ้มสาย นั่นคือความเข้าใจทั่วๆไปแต่ในความเป็นจริงแล้วฉนวนมีความสำคัญต่อคุณภาพเสียงเป็นอย่างมาก ฉนวนที่ดีนอกจากการป้องกันสัญญาณรบกวนจากภายนอกและดูดซับสัญญาณภายในไม่ให้วกลงไปกวนกับสัญญาณเดิมแล้ว โมเลกุลภายในต้องถูกจัดตัวไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นระเบียบในทิศที่สัญญาณไหลผ่านด้วย ซึ่งตามธรรมชาติแล้วไม่มีฉนวนชนิดใดที่มีคุณสมบัติทางกายภาพในลักษณะนี้ Audioquest จึงคิดค้นสิ่งที่เรียกว่า DBSขึ้น DBS=Dielectric Bias system เป็นการใช้แรงดันจาก Battery ที่ค่อนข้างสูงตั้งแต่ 12V ขึ้นไปกระตุ้นการทำงานในระดับโมเลกุลของฉนวนให้พุ่งไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นระเบียบ โดยไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับตัวนำหรือส่วนอื่นๆ การกระตุ้นโมเลกุลในระดับที่ว่านี้ทำให้รายละเอียดเสียงที่ได้ยินครบถ้วนและสูญเสียน้อยที่สุด นอกจากนั้นยังมีข้อดีในลักษณะที่ไม่ต้องมีการเบิร์นอินสาย(แกะกล่องออกมาใช้งานได้ทันทีและเสียงคงที่ตลอด) หรือเมื่อไม่ได้ใช้งานนานๆ สายบางเส้นจะมีบุคลิกเสียงที่เปลี่ยนไปและต้องนำกลับมาเบิร์นใหม่อีกครั้ง แต่สำหรับสายที่มี DBS จะไม่มีปัญหาในลักษณะนี้
แต่สำหรับสายระดับ Mid end ขึ้นไปคุณภาพตัวนำที่เราใช้ก็ต้องดีขึ้น PSC = Perfect surface copper คือสิ่งที่เรานำมาใช้ คุณอาจคุ้นเคยกับทองแดงที่เรียกว่า OCC = Ono continuous casting copper ที่เนื้อทองแดงทั้งเส้นเป็นผลึกชิ้นเดียวไม่มีรอยต่อ ซึ่งมีคุณภาพดีมากๆและราคาก็สูงมาก เช่นเดียวกัน PSC คือการต่อยอดทางความคิดจาก OCC โดยคุณสมบัติทุกอย่างเหมือนกับ OCC แต่มีพื้นผิวตัวนำที่เรียบ เนียนตลอดเส้น ซึ่งทำให้สัญญาณที่เดินทางผ่านพื้นผิว PSC นั้นสมบูรณ์และเที่ยงตรงมากกว่า แต่การพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง การต่อยอดทางความคิดได้เกิดขึ้นอีกครั้งโดยวิศกรของ Audioquest ได้ทดลองนำ PSC ผ่านเข้าเครื่องรีดปรับพื้นผิวอีก 1 ครั้ง ปรากฏว่าผิวที่ได้มีความเรียบ ลื่นมากยิ่งขึ้น คุณภาพเสียงก็ดียิ่งขึ้นไปด้วย ซึ่งถ้าคุณต้องการเปรียบเทียบลองฟัง King cobra ที่ใช้ PSC+ เทียบกับ Diamond back ที่ใช้ PSC โดยโครงสร้างสายเหมือนกันแต่เสียง King cobra ยอดเยี่ยมกว่า Diamond back ในระดับที่คุณสามารถฟังออกโดยไม่จำเป็นต้องหูทอง ตัวนำระดับ Premium ที่เราจำเป็นต้องพูดถึง เราเรียกมันว่า PSS = Perfect surface silver ที่ใช้กรรมวิธีเดียวกับ PSC แต่เปลี่ยนจากทองแดงเป็นเงินบริสุทธิ์ รายละเอียดที่สูงขึ้นพร้อมกับอิมแพ็คที่รวดเร็ว พร้อมกับไดนามิกเรนจ์ที่กว้าง นั่นคือสิ่งที่สายระดับ Hi-End ของ Audioquest นั้นกินขาดคู่แข่งในระดับราคาที่เท่าๆกันและส่งให้ Audioquest เป็นสายระดับ Hi-end ที่คนเล่นกันมากที่สุดในโลก
สิ่งอื่นๆที่เราใส่ใจ เพื่อลดความเพี้ยน เพิ่มคุณภาพ 1.Direction 2.Cold Welded Termination 3.Air tube
River Series ความแตกต่างทางเทคนิกของทั้ง 3 รุ่น Columbia
สินค้ามีให้ทดลองฟังได้แล้วที่ปิยะนัส ทุกสาขา สำหรับท่านที่สนใจและไม่แน่ใจว่าสายซีรีส์นี้จะแมทช์กับซิสเต็มที่คุณมีมากน้อยเพียงไร เรามีบริการ demo ให้ถึงที่บ้านโดยคิดค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพียง 300 บาท สำหรับลูกค้าที่อยู่ภายในกรุงเทพและปริมณฑล
|