Audioquest NR G-3
อยากให้ได้ลองสายไฟเส้นนี้กันจริงๆ!!!

ถือว่าเป็นเรื่องบังเอิญมากๆที่สายไฟ NRG-3 แบบแบ่งตัดเส้นนี้มีโอกาสเข้ามาให้ยลโฉมกัน เพราะไม่เคยอยู่ในความคิดที่จะนำเข้า อีกทั้งในใบราคาของ Audioquest เองก็ไม่ได้บอกราคาของสายไฟ NRG-3 แบบแบ่งตัด จนกระทั่งมีลูกค้าท่านหนึ่งสอบถามเข้ามาว่าสายรุ่นนี้ไม่มีแบบแบ่งขายหรือเพราะเค้ารู้สึกว่าที่เป็น pack สำเร็จรูปก็เสียงดีแล้ว แต่ถ้าได้เฉพาะสายแล้วมาเข้าหัวดีๆน่าจะออกมาได้ดีกว่านี้ ทางเราก็เลยสอบถามไปทาง Audioquest จึงได้ข้อมูลกลับมาว่าเค้ามีแบบแบ่งตัดขายเป็นม้วน ดังนั้นไม่ต้องคิดมากให้เสียเวลา พอมีโอกาสสั่งสินค้าก็เลยสั่งเข้ามาลองกันทันที

สายเส้นนี้มาเป็นขดใหญ่และหนักมาก ความยาวม้วนละ 100 เมตร ภายนอกเป็นผ้าไนลอนสีแดง ดำ และน้ำเงินสลับกันไปหุ้มฉนวน PVC หนา ภายในเป็นสายกลุ่มย่อยๆแบ่งเป็นสามสี คือสีดำ 3 เส้นขนาด 19 AWG สีฟ้า 5 เส้นและสีเขียวอีก 5 เส้น โดยสีดำเป็น Line ฟ้าเป็น Neutral และเขียวเป็น Ground ขนาด 24 AWG เล็กกว่าเส้น Line นิดหน่อย ตามรูปด้านล้าง

การเข้าหัวอาจจะยากกว่าสายปกตินิดหน่อยแจ่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร งานยากจริงๆก็คือจะเอาหัวอะไรมาเล่นกับสายเส้นนี้ ลองไปลองมาหลายรุ่นก็มาสะดุดกับหัว Furutech FI-25 ที่เป็นรุ่นระดับกลาง หัวรุ่นนี้มีสองแบบคือ Gold กับ Rhodium ซึ่งบุคลิกของหัวรุ่นนี้เราทราบกันดีอยู่แล้ว เลยนำมาประกอบอย่างละ 1 เส้นแล้วค่อยๆเริ่มเบิร์น ระยะแรกของการเบิร์นเสียงก็ออกมาพอฟังได้ ไม่คมไม่จัดหรือมีสากเสี้ยน หรืออับทึบจนขาดแคลนรายละเอียด เท่าที่ได้ลองแล้วออกมาลงตัว ให้ใช้หัว Fi-25 Gold ทั้งหัวและท้ายกับเพาเวอร์แอมป์,ปรีแอมป์หรืออินทิเกรตแอมป์ แล้วใช้รุ่นที่เป็น Rhodium ต่อที่เครื่องเล่นซีดีจะออกมาดีที่สุด

หัว Rhodium หลายท่านอาจจะรู้สึกว่ามันสดใสเกินไปจากประสบการณ์ที่ได้เล่นหรือฟังต่อๆกันมา ถ้าต่อกับแอมป์ที่เสียงออกมาครบถ้วนอยู่แล้วอาจจะมีอาการแบบนี้ให้จับสังเกตได้ ซึ่งปกติถ้า system เสียงไม่ทึบผมไม่แนะนำให้ใช้ ยกเว้นเสียงอับจริงๆก็อนุโลมให้มาต่อกับแอมป์ได้ เสียงจะเปิดเผย โอ่อ่า มีชีวิตชีวามากขึ้นแต่ต้องยอมรับว่าเนื้อเสียงจะบางลงไปพอสมควร


แต่ถ้าต่อกับเครื่องเล่นซีดีเสียงจะออกมาเปิดกระจ่าง เผยรายละเอียดที่ซุกซ่อนอยู่ ในย่านเสียงแหลมสูงๆนี่จะได้ยินรายละเอียดพรั่งพรูออกมา ความหวานใสละเมียดละไมยังมีอยู่ครบถ้วนและแน่นอนว่าไม่สดจัดแต่ประการใด เพราะผมลองมา 2-3 ชุด ชุดที่น่าจะออกมากัดหูน่าจะเป็น Marantz SA 7003 กับ PM 7003 เล่นกับ Proac studio 110

แต่เอาเข้าจริงแล้วเสียงออกมากลมกลืนดี ซึ่งปกติแล้วซิสเต็มนี้ถ้ามีอะไรผิดพลาดเสียงจะออกมาจัด บาง ไม่น่าฟัง ผลจากการปลี่ยนสายที่ใช้กับแอมป์เป็น NRG-3 กับหัว FI-25 gold สังเกตได้ถึงความสงัด ความเป็นสามมิติทั้งรูปวง ความลึกของนักร้อง โฟกัสชัดและนิ่ง เสียงสะอาดเปิดเผยออกมาอย่างกระจ่าง แหลมระยิบระยับแต่ไม่สากเสี้ยนกัดหู เสียงต่อเนื่องลื่นไหลและมีชีวิตชีวาดี

พูดถึงจุดเด่นของหัว Rhodium อีกอย่างคือสปีดและความชัดของหัวโน้ต โดยเฉพาะเบสที่อุ้ยอ้ายคลุมเครือ ลองเปลี่ยนหัวแบบนี้เข้าไปดูจะได้ความรู้สึกเหมือนสายเบสตึงขึ้น หัวโน้ตคมชัดมากขึ้น ปริมาณเบสลดลงไปนิดหน่อย เสียงกระชับและสะอาดดี

พอมาจับคู่กันก็เป็นส่วนผสมที่ลงตัว ถ้าเป็นกาแฟก็เป็นกาแฟที่มีความหอมหวานและมีรสชาติกลมกล่อมไม่เข้มไม่หวานจนเกินไป ได้รสชาติกลมกล่อมที่ทำให้คนดื่มอย่างเราๆท่านๆได้มีความสุขบนความสุนทรีย์ที่น่าหลงใหล สร้างความประทับใจได้อย่างน่าพิศวง

การได้ลองสายคู่นี้ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีและสร้างความสุขในการฟังเพลงได้อย่างเต็มอิ่ม เชื่อว่าถ้าคุณได้ฟังกันแล้ว เปลี่ยนกลับมาใช้สายธรรมดาๆทั่วไปไม่ได้เลย อ้อฝากไปถึงคอ Videophile ทั้งหลายด้วยว่าถ้าต้องการสัมผัสความแตกต่างที่ดีขึ้นให้ลองนำสายเส้นนี้ที่เข้าหัว FI-25 Rhodium ไปลองต่อทีวี,โปรเจกเตอร์หรือเครื่องเล่นดีวีดีจะพบความแตกต่างที่ไม่น่าเชื่อหรือถ้าประหยัดงบลงมาจะเล่นเป็น Wattgate หัวเงินเส้นนี้ก็ไม่ธรรมดา ถ้าขยับงบลงไปอีกหน่อยเล่นกับ Furutech FI15 Rhodium ก็ออกมากระจ่างใสดี จะเล่นรุ่นไหนก็ดูตามความเหมาะสม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้ามีโอกาสอยากให้ได้ลองกันจริงๆครับ