บทความ - สาระน่ารู้ ::
 
DLS-เปิดตัวลำโพงบ้านเสียงดีแบบไม่ธรรมดา (14/12/2548)
-
[จํานวนผู้เข้าชม 18943 ครั้ง]

จากความสำเร็จอย่างท่วมท้นกับวงการเครื่องสียงรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรางวัลจากการแข่งขันทั่วโลกที่มากมายจนนับไม่ถ้วน หรือจะเป็นจากการแข่ง IASCA Thailandที่ทีม DLS คว้าแชมป์และถ้วยรางวัลมากเป็นอันดับ1จากทุกรุ่นรวมกัน ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้ DLS เข้าไปอยู่ในใจของนักเล่นเครื่องเสียงรถยนต์ ที่ต้องการคุณภาพและความเป็นธรรมชาติของเสียงดนตรีเป็นประเด็นสำคัญ

นับย้อนถอยหลังกลับไปในปีค.ศ.1979 ลำโพงสัญชาติสวีเดนแท้ๆได้ถือกำเนิดขึ้นในแบรนด์ที่ชื่อว่า DLS ก็เป็นเวลา เกือบๆ 27 ปีแล้วที่ DLS สร้างสรรผลงานอยู่ในแวดวงเครื่องเสียงรถยนต์ กวาดรางวัลต่างๆมากมาย จากทีมวิศวกรที่มีความสามารถในการคิดค้นประกอบกับการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์อยู่ตลอดเวลาทำให้ DLS ก้าวขึ้นสู่ทำเนียบแบรนด์เครื่องเสียงรถยนต์อันดับต้นๆไม่ใช่เพียงเฉพาะในแถบยุโรป แต่เป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก อาจจะเป็นไปได้ว่า DLS เริ่มอิ่มตัวกับความสำเร็จกับวงการเครื่องเสียงรถยนต์ ประกอบกับการที่ตนเองก็เป็นบริษัทที่ผลิตไดรเวอร์คุณภาพระดับไฮเอนด์อยู่แล้ว การเข้าสู่ตลาดเครื่องเสียงบ้านในต้นปีที่ผ่านมาแม้จะเป็นเรื่องที่ใหม่และท้าทาย แต่ก็ไม่ยากที่จะทำสำหรับแบรนด์ระดับโลกอย่าง DLS

สวยแบบคลาสสิคกับ R Series หรือ เสียงดีแบบทันสมัยใน T Series

DLS ได้รวบรวมเทคโนโลยีที่ตนเองมีมาทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการผลิตไดรเวอร์,โครงสร้างตู้และวงจรครอสโอเวอร์ เนทเวิร์ค นำมาผลิตเป็นลำโพงบ้านอย่างพิถีพิถัน โดยลำโพงที่เปิดตัวออกมานั้นแบ่งเป็น 2 รุ่นคือรุ่น R Series ที่เป็นลำโพงตู้ไม้ที่ผลิตจากไม้ MDF ความหนา 1.5 cm. ( ลำโพงปกติใช้ไม้ MDF หนาเพียง 0.6-0.8 cm.) ซึ่งความหนาที่มากนี้ถูกออกแบบเพื่อให้ตู้มีเสถียรภาพและเสริมความแกร่งด้วยการคาดโครงภายในตู้อย่างแน่นหนา ปะผิวตัวตู้ด้วยไม้ Cherry แท้และมีการแมทซ์ลายตัวตู้ในแต่ละคู่มาเป็นอย่างดี ไดรเวอร์ที่ใช้เป็นกรวยกระดาษอาบน้ำยา ซึ่งคุณสมบัติของกรวยกระดาษก็คือเสียงที่เรียบเนียน อบอุ่น เป็นธรรมชาติ Tweeter แบบซอฟท์โดมเพื่อให้เสียงไปในทิศทางเดียวกันกับ woofer วงจรพาสซีพใช้อุปกรณ์ระดับออดิโอเกรดทั้งสิ้น ลำโพงในรุ่น R นั้นตอนนี้มีอยู่ 4 รุ่นคือ R 50 ซึ่งเป็นลำโพงวางหิ้ง,R 55 เป็นลำโพงตั้งพื้น 2 ทาง และ R 66 ที่เป็นลำโพงตั้งพื้นซึ่งขนาดตู้จะใหญ่กว่า R 55 แต่ราคาใกล้เคียงกัน ส่วนรุ่นสุดท้ายคือ Center รุ่น R 55 C ที่มีขนาดใหญ่โตกว่าลำโพง Center ปกติทั่วๆไป เหตุผลเพื่อการถ่ายทอดเสียงสนทนาอย่างชัดเจนและกว้างขวางซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับลำโพง center ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่ไม่เคยสัมผัสลำโพง DLS มาก่อนให้พึงระวังเวลายกขึ้นยกลง เนื่องจากน้ำหนักตัวตู้ที่ค่อนข้างหนักอันเกิดจากไม้ที่หนาและแม่เหล็กขนาดใหญ่จากดอกลำโพง เฉพาะลำโพงคู่หน้าข้างเดียวก็หนักเกือบๆ 10 KG. แล้วละครับ

ส่วนอีกรุ่นนั้นเป็นการออกแบบตัวตู้ให้ทันสมัยนิยม โดยผลิตจากอะลูมินั่ม และเน้นการดีไซน์ตัวตู้แบบ slim ดูลงตัวกับจอทีวีพลาสมาที่กำลังเป็นที่นิยม ในรุ่น T Series ยิ่งกว่านั้น Tweeter ที่ใช้ในรุ่นนี้ยังเป็นการนำ Tweeter จากรุ่น Iridium ที่เป็นระดับทอปส์คลาสของลำโพงรถยนต์ มาใช้เพื่อการเข้าถึงรายละเอียดอย่างสุดๆ การออกแบบตัวตู้และการตัดวงจรพาสซีพทำได้อย่างลงตัว เสียงที่ได้มีความโอ่อ่า แผ่กว้าง จนคุณแทบจะแยกไม่ออกระหว่างลำโพงตู้ไม้กับลำโพงอะลูมินั่มชุดนี้ อาการก้องที่เกิดจากตัวตู้นั้นไม่มีปรากฏให้เห็นแม้แต่น้อย เนื่องจากการแดมป์ภายในตัวตู้ด้วยไม้MDF และการออกแบบตู้ลำโพงแบบ Transmission line ที่ให้พลังเสียงเบสที่สะอาดและใหญ่โตเกินตัว นอกจากนั้นเพื่อเป็นการประหยัดพื้นที่ในการวางลำโพงคู่หน้ากับลำโพง Center DLS จึงได้ออกแบบลำโพงรุ่น T3-LCR ซึ่งเป็นลำโพงตู้คล้ายลำโพง Center ตัวยาวๆ แต่ประกอบด้วยลำโพง 3 ชุดคือ หน้าซ้าย,หน้าขวาและ Center มาไว้ในลำโพงชุดเดียว ทำให้ลดพื้นที่การวางลำโพงด้านหน้าไปได้มากโดยไม่ทำให้มิติส่วนหน้าขาดหายไป โดยความคิดเห็นส่วนตัวผมคิดว่าใครที่ตกแต่งบ้านแบบสมัยใหม่หรือไม่ต้องการลำโพงตัวใหญ่เทอะทะเกะกะ DLS T series คือคำตอบที่ลงตัวที่สุดและที่สำคัญคือเป็นมิตรกับความรู้สึกของสุภาพสตรีที่ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบลำโพงตู้ใหญ่เทอะทะ เวลาจะซื้อลำโพงชุดนี้ พาเขามาดูด้วยรับรองว่าอนุมัติงบไม่ยากครับ

ลำโพงทั้ง 2 Series ของ DLS นั้นมีการผลิตซับวูฟเฟอร์แบบ 2 สไตล์ที่สามารถนำไปใช้งานกับลำโพงทั้ง 2 แบบได้อย่างลงตัวทั้งรูปลักษณ์และความกลมกลืนของน้ำสียง อ้อลืมบอกไปครับว่า ลำโพง DLS ทุกรุ่นมีการชีลด์ป้องกันสนามแม่เหล็กรั่วไหลทุกรุ่นอย่างเรียบร้อยไม่ต้องกลัวเวลาวางใกล้จอทีวีครับ

บทสรุปของลำโพงระดับตำนาน

ผมคิดว่า ข้อได้เปรียบเด่นๆที่ทำให้ลำโพง DLS นั้นเสียงดี ก็คือ ลำโพง DLS ทุกรุ่นใช้ไดรเวอร์ที่ผลิตจากโรงงานของตนเอง ไม่ได้ไปซื้อไดรเวอร์ยี่ห้อนั้นมาผสมกับยี่ห้อนี้ นั่นแสดงถึงการมีเทคโนโลยีเป็นของตนเอง ใครที่คุ้นเคยกับลำโพง DLS ในรถยนต์ จะทราบกันดีว่าไดรเวอร์ของ DLS นั้นสามารถถ่ายทอดเสียงได้เที่ยงตรงและเป็นธรรมชาติสูง หลายคนชื่นชอบกับเสียงกลางที่มีมวล อิ่มเอิบ และเสมือนจริง ที่สำคัญคือฟังได้นานโดยไม่มีอาการเมื่อยล้าสิ่งต่างๆเหล่านี้นั้นได้ถูกถ่ายทอดมาสู่ลำโพงบ้านอย่างหมดจด เพียงแต่อาจมีการปรับปรุงค่า impedance ของวอยซ์คอยล์ ให้เหมาะสมและปรับปรุงโครงสร้างบางจุดให้สอดคล้องกับการฟังในบ้าน ที่เด็ดขาดจริงๆก็คือการออกแบบวงจรพาสซีพ ครอสโอเวอร์ เนทเวิร์คที่มีจุดตัดลงตัว ให้เสียงที่เรียบเนียนไม่มีอาการขยักบริเวณรอยต่อให้รู้สึกสะดุดอารมณ์ สำหรับท่านที่ถูกอกถูกใจกับการฟังลำโพง DLS ในรถยนต์ ผมแนะนำให้คุณลองมาเปิดประสบการณ์ใหม่กับ DLS Home Audio แล้วคุณจะทราบถึงคำว่า เสียงธรรมชาติที่ DLS มอบให้นั้นไม่ธรรมดาจริงๆ

แสดงความคิดเห็น/Comment
ชื่อ/Name
ความคิดเห็น/Comment
Code Security Image
 
 
 
ความคิดเห็นที่/Comment 1
น่าสนใจ ราคาคงไม่ธรรมดาแน่ๆ
gis 23 ตุลาคม พ.ศ. 2553 น.
 
 
ความคิดเห็นที่/Comment 2
เยอะเกินไป
บอย 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 น.
 
 
 
ปิยะนัสอิเล็คทริคส์ โทร. 0-2746-4302-4, 081-9171378 , 081-9321696 (สำนักงานใหญ่), โทรสาร. 0-2746- 4304
Copyright @2009 Piyanas Electric Group Co.,Ltd. All Rights Reserved.