Product Subwoofer Speaker REL Acoustics G1 Mark II (DEMO) สินค้าตัวโชว์
REL Acoustics
G1 MARK II (DEMO) สินค้าตัวโชว์
Category : Subwoofer Speaker
Add to wishlist     สถานะสินค้า In Stock
G1 Mark II (DEMO) สินค้าตัวโชว์
G1 Mark II (DEMO) สินค้าตัวโชว์
G1 Mark II (DEMO) สินค้าตัวโชว์
G1 Mark II (DEMO) สินค้าตัวโชว์
G1 Mark II (DEMO) สินค้าตัวโชว์
G1 Mark II (DEMO) สินค้าตัวโชว์
G1 Mark II (DEMO) สินค้าตัวโชว์
G1 Mark II (DEMO) สินค้าตัวโชว์
299,900 THB.
179,900 THB.
สอบถามสินค้า 02-103-1289,02-040-4229 เพิ่มเติม...
จำนวน ตู้
สินค้าราคาพิเศษ ไม่สามารถใช้คูปองส่วนลดได้

  • Overview
  • Specifications

REL Acoustics  : G1 Mark II
G1 MKII represents a study in contrast. Familiar, yet different—visibly unchanged, better in every way than the original G1, our best-selling reference sub.

A Classic Reborn
Upgraded Components, Retained Beauty 


Retained is the classic curvilinear cabinet, with its shape carefully engineered to cancel standing waves as they travel rearward through the cabinet. The laminated hardwood bracing reminiscent of musical instruments still finds a home—though re-configured for even greater rigidity. The amplifier is the powerful, yet highly controlled and ultra-reliable 600w Class A/B with new limiters that allow almost 40% more power being delivered without compression.The driver—the heart and soul of any REL– has been dramatically upgraded with greater fore-and-aft stroke, a more supple suspension and the ability to handle greater dynamics. This new version is now capable of 112 dB output. expands the performance horizons of the original in every way, whilst retaining its core strengths of dignified beauty coupled to even more savage output.


Reinforced Strength
Handcrafted From Marine Grade Hardwoods 


Whilst the outer form garners all the praise, with its 1-1/8” thick curvilinear surfaces artfully finished in 12 coats of hand polished piano black lacquer, it is the inner construction that produces the clarity, quietness and dynamics for which G1 MKII will become known. The marine grade laminated hardwoods we employ are not unlike the spars on a ship. Each cabinet require two days of production time to build a single unfinished cabinet. Then the raw cabinet takes three weeks to handcraft. The resulting structure is far more than a beautiful shape; it is the structural basis for the deep bass the G1 MKII produces.

Reproducing Perfection
Natural Floor To Ceiling Bass


When we experience bass in real time out in the world, it occurs with height to it. It strikes our sinuses, it kicks at our chest cavities, it rumbles along the floor conveying power authority and majesty. Our Reference Line Arrays permits bass to emerge more naturally, adding a height component in how it propagates throughout the room. The bottom unit reinforces the deepest overtones, creeping and rumbling across the floor to produce room shake. The middle location provides crisp attack and articulation of kick drums or any transient-based event. The unit imparts the flutter and shimmer of all manner of instruments floating in air. Making Reference Line Arrays the Holy Grail of the REL experience and is only available with our Reference products.Since 90 percent of the energy produced by a system resides in the bass regions, Reference Line Arrays are the magic element missing from so many otherwise state of the art systems. This air, transparency and, of course, effortless power that Reference Line Arrays convey can’t be imagined, it can only be experienced in person.

Reliable Source
Class A/B Amplifier 


The massively beautiful, finned, alloy heatsink is necessary when dissipating the sorts of power necessary to produce prodigious deep bass for hours on end. Capable of outputting a conservative 600W (120V) on occasion, our dedicated Class A/B amplifier used in G1 MKII is a true dreadnaught. Powerful, fast and capable of tremendous current delivery, it is the finest amplifier ever designed by our engineers.For G1 MKII we borrowed techniques learned in just the past year to ensure virtually limitless electronic limiting. These newly developed circuits allow for almost 40% more power being developed through the driver before gentle limiting takes over. The net result is that plays substantially louder (about 5 dB) than its illustrious forebear.

Rigid Speed
A Carbon Fibre Core 


The bass engine of any REL is its crowning glory. The G1 MKII driver is some 25% stiffer in bending modes than the award-winning original, which makes it better able to cope with the profound dynamics asked of a Reference Series REL. This improvement permits us to use a softer suspension better able to react quickly to dynamics, both large and small. The result is a substantial upgrade in the speed, liveliness and dynamics of the entire system. Suspension travel now permits over 2” of stroke, which makes for exceptionally high output, resulting in almost twice as loud a final result as its predecessor. This exceptional force and agility makes the G1 MKII ideal for powerful home theater as well as fine 2-channel systems.

Total Control


Begin your relationship with REL Reference by simply picking up the remote; feel its heft, how its rounded contours fit gently in the cup of your hand. This is a carefully wrought system improvement that encourages the sort of finely detailed decisions during set-up necessary to achieve the perfect balance to the ultimate system owner.REL Reference models employ remote control in order to assist and increase ease of initial set-up. We do this knowing that once properly set, the owner will likely use it rarely during the remainder of their ownership experience as RELs truly can be set-up correctly to reproduce all forms of music and film without resorting to cheap parlor tricks like turning bass up for movies and down for music.

เบื้องหลังความเป็นมาของ REL Stacks หรือ REL Line Array

ผมจำได้ดีเมื่อครั้งที่มีโอกาสในการเข้าร่วมงาน CES ครั้งแรกของผมในปี 1981 ที่ชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ สถานที่ซึ่งให้ความรู้สึกว่าเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กที่อยู่ในร้านขายขนมอีกครั้ง – จากห้องจัดแสดงหลักในศูนย์ McCormick Centre ซึ่งเต็มไปด้วยแบรนด์ญี่ปุ่นยี่ห้อดัง ไปจนถึงโรงแรม Pick Congress Hotel ซึ่งจัดแสดงแบรนด์เครื่องเสียงไฮเอ็นด์คุณภาพสูงที่ดีที่สุดในห้องที่ถูกจัดไว้เฉพาะ - มันเป็นสิ่งที่ให้ความตื่นเต้นเป็นอย่างมากสำหรับเด็กอายุ 22 ปี การสำรวจงานที่ด้านล่างของโรงแรมทำให้ผมค้นพบความประหลาดใจหลายอย่าง ซึ่งรวมถึงห้องหนึ่งที่เป็นห้องจัดแสดงเครื่องเสียงขนาดใหญ่ ประเภทที่ใช้สำหรับการประชุม ขนาด 20 x 32ฟุต โดยที่หน้าห้องไม่มีป้ายข้อมูลใด ๆ แต่กลับมีเสียงดนตรีคลาสสิกนุ่ม ๆ เล็ดลอดออกมาจากประตูคู่ที่เปิดอยู่ ขณะที่ผมเดินเข้าไป ผมจำได้ว่าเป็นเพลง Shostakovich Symphony และราวกับการแสดงมีคิวที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้า ทันทีที่ผมยื่นหัวเข้าไป เสียงกระหึ่มของเบส Herculean ได้พุ่งออกมาทางประตู ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผมได้พบกับเสียงเบสที่เต็มไปด้วยพลัง มีความลื่นไหล และเหมือนมีชีวิตจริง

เสียงเบสอันน่าตื่นตาตื่นใจนี้มีต้นกำเนิดมาจากตู้วูฟเฟอร์หน้าตาแสนธรรมดาวางเรียงซ้อนกันสองคอลัมน์ ซึ่งดูคล้ายกับตู้ชั้นวางหนังสือ AR ยุค 60 ที่วางตะแคงข้าง บรรจุไดรเวอร์ขนาด 2 x 8นิ้ว ประมาณ 6-8 ดอกต่อด้าน วางซ้อนกันตั้งแต่พื้นจนถึงเพดาน พร้อมกับเสริมด้วยเสียงจากลำโพงไฟฟ้าสถิต Acoustat Model 4 - 4 แผงจำนวน 1 คู่ ที่วางอยู่บนขาตั้งแบบสร้างเองที่ยกระดับลำโพงให้สูงขึ้นประมาณ 18-24นิ้ว ซึ่งสามารถสร้างเสียงดนตรีที่มีความสมดุลมาก การจัดเวทีเสียงนั้นมีความสมบูรณ์แบบและความสมดุลจากบนลงล่างนั้นสุดยอดมาก ซึ่งเป็นความยอดเยี่ยมในระดับที่ผมเริ่มจะรู้แล้วว่ามันจะเป็นเช่นนี้อยู่เสมอหาก ดร. คีธ จอห์นสัน (หัวหน้าทีมออกแบบของ Entec) มีส่วนในการเซ็ตระบบและปรับแต่ง สิ่งที่ผมได้ยินในตอนนั้นคือต้นแบบแรกของสิ่งที่ในที่สุดก็ได้กลายเป็นซับวูฟเฟอร์ในแบรนด์ของ Entec ซึ่งได้รับการเปิดตัวในอีก 3 ปีต่อมา อย่างไรก็ดีสายการผลิตซับวูฟเฟอร์ดังกล่าวนี้ไม่อาจทัดเทียมได้กับความรู้สึกความอบอุ่นของดนตรีในซับวูฟเฟอร์ต้นแบบแรกๆ แต่ถึงกระนั้นก็ตามประสบการณ์ในวันแรกที่ผมได้สัมผัสนั้นยังคงฝังอยู่ข้างในความทรงจำอย่างเต็มเปี่ยมเสมอมา

- ปี 2010 ณ เมืองเบิร์กลีย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย
หลายปีต่อมา ในขณะที่ทีมออกแบบ REL ของผม และตัวผมเองใกล้ประสบความสำเร็จในการผลิตต้นแบบรุ่น Gibraltar G-1 ผมได้นึกย้อนกลับไปยังประสบการณ์ช่วงแรก ๆ และสงสัยว่า สิ่งที่ล้ำสมัยของศิลปะสมัยใหม่เช่นซับวูฟเฟอร์ G-1 จะให้เสียงอย่างไรถ้านำไปวางเป็นแนวเรียงซ้อนกันในแบบ Reference Line Array (RLA)? มันจะสามารถให้เสียงเบสที่ลุ่มลึกและจะมีประสิทธิภาพแค่ไหนถ้านำหลักการนี้มาประยุกต์ใช้? มันจะทำให้เกิด cross-coupling มากเกินไประหว่างไดรเวอร์จนทำให้น้ำเสียงเบสขาดความอ่อนโยนและความละมุนละไมหรือไม่? แต่ปรากฏว่า นี่เป็นหนึ่งในโครงการที่ง่ายที่สุดที่เคยทำมา ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดี ในการพิสูจน์ถึงคุณภาพที่ดีของ G-1 มากไปกว่านั้นในปัจจุบันยังสามารถนำไอเดียนี้มาใช้กับรุ่น No. 25 และ G-1 MKII รุ่นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบอีกด้วย

แผงแบบ Reference Line Array (RLA) ก่อให้เกิดประโยชน์หลายประการ; ประการแรก ลำโพงที่อยู่ล่างสุดจะถูกยึดติดกับพื้นอย่างแน่นหนาทำให้สามารถสร้างเสียงเบสความถี่ต่ำมากๆ ที่ลุ่มลึกที่สุดโดยใช้ประโยชน์จากแผ่นระนาบที่ใหญ่ที่สุดในห้อง ซึ่งก็คือพื้นห้องนั่นเอง ลำดับต่อมาของชั้นสแต็กคือลำโพงตัวกลางที่มีหน้าที่ในการสร้างมวลเบสแบบกระแทก นั้นคือเสียงเบสความถี่ต่ำถึงระดับกลาง เช่น กลอง pistonic kick drums หรือ เอฟเฟกต์ที่มีความรุนแรงในแทร็กเสียงภาพยนตร์เช่นเสียงระเบิด และลำโพงตัวสุดท้ายด้านบนสุด ถูกวางอย่างเป็นอิสระจากพื้นและเพดานของห้อง - ให้เสียงเบสที่แผ่วเบาดุจขนนก ซึ่งเสียงเบสในระดับนี้จะเกิดขึ้นตามธรรมชาติเท่านั้น โดยที่เราจะสามารถรับรู้ความถี่นี้ได้เมื่อเข้าไปในถ้ำหรือโถงขนาดใหญ่ โดยลำโพงตัวบนสุดนี้เองจะสื่อสารให้เรารับรู้ได้ถึงขนาด รายละเอียดพื้นที่ และความยิ่งใหญ่ในแบบที่ไม่ค่อยพบในชุดเครื่องเสียงทุกๆขนาดหรือทุกระดับราคา

ในขณะที่เราทดลองกับต้นแบบสแต็กแรกของเรา เราเรียนรู้จากการทดลองได้อย่างรวดเร็วว่า การใช้ขาสำหรับลำโพงที่วางซ้อนอยู่ ซึ่งไม่ใช่ลำโพงตัวล่างได้สร้างปัญหาหลายประการ รวมไปถึงสร้างความเสียหายของเคลือบผิวลำโพงตัวล่าง และที่สำคัญกว่านั้น ในขณะที่ขามีประโยชน์อย่างมากในการให้ความมั่นคงต่อลำโพงตัวล่างเพียงตัวเดียวบนพื้น แต่ทว่ามันกลับสร้างความไม่มั่นคงเมื่อใช้กับลำโพงตัวบน ผมได้ทำการทดลองด้วยระดับความสูงที่แตกต่างกันไป – ปรากฏว่าความสูงของขานั้นไม่ได้ทำให้เกิดประโยชน์กับแนวคิดของ RLA เลย – และหลังจากผ่านการสร้างต้นแบบราวสองถึงสามรอบ ในที่สุดเราก็พบกับทางออก นั้นคือ การใช้ลำโพง 3 ตัววางซ้อนกันในแนวนอนจะทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อใช้ร่วมกับลำโพงรุ่นเดียวกันอันทันสมัยของเรา นอกจากนี้ เราค้นพบกว่าลำโพงคุณภาพยอดเยี่ยมในช่วงราคา $25,000-40,000 สามารถทำงานได้ดีโดยการใช้ซับวูฟเฟอร์เพียง 4 ตัว (วางซ้อนกันข้างละ 2 ตัว) 

การออกแบบขั้นสุดท้าย คือการขจัดความยุ่งเหยิงทางสายตาออกไป โดยการทำการเชื่อมต่อเอาท์พุทเพื่อให้สามารถใช้สายเคเบิลเดียวต่อสแต็กแล้วกระจายไปยังซับวูฟเฟอร์ส่วนบนเพิ่มเติมจากตัวล่างขึ้นมา ซึ่งได้นำไปสู่การกำเนิดแนวคิด RLA หรือแนวคิดการตั้งซ้อนกันของซับ REL Reference subs มันเป็นสิ่งที่น่ายินดีหากแนวคิดอันยอดเยี่ยมนี้สามารถก่อให้เกิดการเลียนแบบขึ้น ซึ่งก็จะเห็นการนำแบบไอเดียของเรานี้ไปใช้ได้จากงาน Munich High End Show ที่เยอรมนีเมื่อปีที่แล้วนี่เอง เราสามารถสังเกตเห็นว่ามีไม่น้อยกว่า 15 บริษัทที่แสดงลำโพงหรือกำลังจะเปิดตัวลำโพงโดยใช้แนวคิดแบบ RLA

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญอย่างยวดยิ่งที่มีผลต่อประสิทธิภาพของ RLA คือ การแยกการตั้งค่า gain และ crossover สำหรับซับวูฟเฟอร์ในแต่ละตัว การปรับและเพิ่มประสิทธิภาพของแต่ละสแต็กนั้นขึ้นอยู่กับความสามารถในการเพิ่มบทบาทของซับวูฟเฟอร์ในแต่ละตำแหน่งภายในสแต็ก การออกแบบที่เลียนแบบแนวคิดนี้เริ่มมีออกมาและมีแนวโน้มที่จะใช้แอมป์เดี่ยวสำหรับซับวูฟเฟอร์ในแต่ละตัว ซึ่งจะทำให้ข้อดีส่วนใหญ่ของ RLA ที่แท้จริงหายไป เป็นผลทำให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นเสียงเบสที่ทรงพลัง แต่เต็มไปด้วยความขุ่นมัว

การใช้การเชื่อมต่อระดับสูงของเราที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งเป็นหัวใจหลักของซับวูฟเฟอร์ REL ทุกตัวที่เราทำออกมา พร้อมกับการควบคุม gain และ crossover อันแม่นยำ ทำให้ RLA มีความได้เปรียบที่ไม่เหมือนใคร  มันจะช่วยให้ลำโพงแต่ละตัวในสแต็กได้รับการปรับให้ทำงานเป็นรายตัวอย่างกลมกลืนด้วยกันเองและกับลำโพงคู่หน้า นี้จึงเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้เราสามารถสร้างเสียงเบสที่เป็นธรรมชาติและสมบูรณ์แบบที่สุดซึ่งสามารถทำให้ผมรู้สึกทึ่งและสร้างความประทับใจได้เหมือนกับครั้งหนึ่งในงาน CES ที่ชิคาโกเมื่อสามทศวรรษก่อน

จอห์น ฮันเตอร์
Owner & Sales/Design Director

สัมภาษณ์ John Hunter
เจ้าของและผู้ออกแบบ REL Acoustics

การปรับจูนซับวูฟเฟอร์ REL 

Type: Closed box, front firing woofer 
Active Driver Size & Material 12 in., 300mm long throw, carbon fibre cone with inverted carbon fibre centre cap
Passive Radiator Size & Material N/A
Low Frequency Extention -6dB at 15 Hz
Input Connectors High level, Neutrik Speakon, Low Level stereo RCA, LFE RCA
Output Connectors High Level, Low Level RCA, Balanced XLR, Daisy Chain Outputs
Power Output: 600 watts (RMS) Ultra High-Current PowerSupply
Amplifier Type Class AB
Wireless Capability N/A
Protection System  
Fully Electronic     SET-SAFE: Yes
D.C. Fault: Yes
Output Short: Yes
Mains Input Voltage: 220-240 volts, 110-120 volts for certain markets
Fuses (semi delay): 5 Amp semi delay 230 volts operation
10 Amp semi delay 115 volts operation
Dimensions (WHD), Including Feet: Net Weight:   22.5 x 18.2 x 26.8 in. (571.5 x 462 x 680.3 mm)
Net Weight: 108 lbs (49 kg)
Finish (Gloss): Piano Black Lacquer, 12 coats
Supplied Accessories  
Mains Lead: Yes
Neutrik Speakon Yes
Interconnect Neutrik Speakon Interconnect (10 Meters Nominal)
Users Manual:  Yes